หน้าหลักเกี่ยวกับวัดบุคลากรบริการLinks

เทวดาผู้บรรเทา

อารักขเทวดาจะอยู่เคียงข้างเราและฟังเราทุกครั้งที่เราประสบกับความเดือดร้อน ท่านเป็นได้ในหลายรูปแบบ เป็นได้ทั้งทารก ชายหรือหญิง ผู้ใหญ่หรือคนชรา มีปีกหรือไม่มีปีก สวมใส่เสื้อผ้าแบบเราทั่วไปหรือในชุดยาวที่ส่องประกาย มีมงกุฏดอกไม้หรือไม่มีมงกุฏ อะไรก็ได้เพราะรูปแบบไม่ได้เกี่ยวข้องกับหน้าที่ให้ความช่วยเหลือของท่าน บางครั้งอาจปรากฏตัวเป็นสัตว์ที่เป็นเพื่อนหรือเป็นหมา “ กรีจีโอ ” ของนักบุญยวง บอสโก หรือนกแก้วที่คาบเอาจดหมายของนักบุญเยมมา กัลกานีไปส่งที่ไปรษณีย์ให้หรือกาที่คาบเอาขนมปังและเนื้อให้ประกาศกเอลียาห์ที่ธารน้ำแห่งเครีท ( พกษ . 19,5-8)

บางทีอาจจะเป็นในรูปแบบของคนธรรมดา เช่นอัครเทวดาราฟาแอล เวลาที่ไปเป็นเพื่อนร่วมทางของโทบิยาห์หรืออาจจะเป็นรูปแบบที่รุ่งเรืองสดใสเป็นทหารในสนามรบ เราพบในหนังสือมัคคาบีว่า “ เมื่อพวกเขายังอยู่ใกล้กรุงเยรูซาเลม ฉับพลันก็มีทหารม้ามาปรากฏตัวนำหน้าพวกเขา ทหารม้าผู้นี้แต่งกายสวมเสื้อผ้าขาวกวัดแกว่งอาวุธทองคำ แล้วทุกคนก็ร่วมกันขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงพระกรุณา จิตใจของเขาก็เหี้ยมฮึกขึ้นพร้อมที่จะโจมตีมนุษย์และแม้กระทั่งสัตว์ป่าที่ดุร้ายที่สุดหรือกำแพงเหล็ก ” (2 มคบ . 11,8-9) “ ท่ามกลางการสู้รบอย่างดุเดือดศัตรูของชาวอิสราแอล เห็นชายห้าคนสูงสง่าขี่ม้าสายบังเหียนทองคำจากสวรรค์มานำทัพชาวยิว ห้าคนนี้ใช้โล่ล้อมมัคคาเบียสไว้ บังเขาไว้ไม่ให้ถูกอาวุธบาดเจ็บแล้วยิงธนู ขว้างสายฟ้าเข้าใส่ศัตรู ทำให้ศัตรูงงงวยและนัยตามืดไปต่างอลหม่านจนแตกทัพ …” ( มคบ .10,29-30)

ในชีวิตของเทเรซา นอยมัน (Teresa Neumann) นักบำเพ็ญพรตชาวเยอรมันผู้ยิ่งใหญ่นั้นเล่ากันว่า อารักขเทวดาของเธอบ่อยครั้งแปลงเป็นตัวเธอเพื่อจะได้ปรากฏตัวในสถานที่ต่างๆ เพื่อพบกับบุคคลต่างๆราวกับว่าตัวเธอนั้นสามารถอยู่ในสถานที่ต่างกันในเวลาเดียวกันได้

มีอะไรที่คล้ายคลึงกันนี้ในหนังสือ “ บันทึกความทรงจำ ” ของลูชีอาเกี่ยวกับยาชินทา เด็กแห่งฟาติมาว่า มีครั้งหนึ่งญาติของเขาคนหนึ่งได้ขโมยเงินของพ่อแม่แล้วหนีไปและเมื่อได้ใช้จ่ายเงินจำนวนนั้นจนหมดแบบเดียวกันกับลูกสุรุ่ยสุร่าย ( ในพระวรสาร ) เร่ร่อนไปทั่วไปจนต้องเข้าคุกแต่ก็ได้หนีออกจากคุกในคืนที่มืดมิดและพายุแรง แล้วในที่สุดก็ได้พบตัวเองว่าอยู่กลางหุบเขาโดยไม่รู้ว่าจะไปทางไหนกันดี จึงได้คุกเข่าลงภาวนาและในเวลานั้นเองเขาก็เห็นยาชินทามาหา ( ซึ่งขณะนั้นเป็นเด็กอายุแค่เก้าขวบเท่านั้น ) แล้วจูงมือเขาออกไปยังถนนใหญ่จนเขาสามารถไปถึงบ้านของพ่อแม่ของเขาได้ ลูชีอาเขียนว่า “ ดิฉันได้สอบถามยาชินทาดูว่า ที่เขาว่านี้มีความจริงแค่ไหนซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า เขาไม่รู้จักทั้งป่าสนและภูเขาที่ญาติของเขาหลงทาง เขาพูดกับดิฉันว่าผมได้แต่เพียงสวดภาวนาและขอพรสำหรับเขาเพราะเห็นแก่คุณป้าวิคโตเรียเท่านั้น ”

อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากคือเรื่องของแม่ทัพ ติลลี ในระหว่างสงครามปี 1663 ขณะที่เขากำลังช่วยมิสซาขอบพระคุณอยู่นั้น ท่านบารอนลินเดลาก็ได้เรียนให้เขาทราบว่า ท่านดุ๊กแห่งบรุนวิ๊กได้เริ่มการจู่โจมแล้ว ติลลีเป็นคนศรัทธาก็ได้สั่งการให้เตรียมการต่อสู้ป้องกันพร้อมกับออกคำสั่งว่า เขาจะรับหน้าที่เป็นผู้นำทัพ ทันทีที่บูชาขอบพระคุณจบลงและเมื่อเสร็จพิธีบูชาขอบพระคุณแล้ว เขาก็ไปรับหน้าที่นำกองทัพและเมื่อท่านได้ไปถึงสถานที่เพื่อบัญชาการรบก็ปรากฏว่าข้าศึกได้แตกหนีไปแล้ว เขาจึงได้ถามว่าใครเป็นผู้นำการต่อสู้ ท่านบารอนก็รู้สึกตกใจพร้อมกับตอบว่าเป็นตัวเขาเองที่นำการต่อสู้ ท่านแม่ทัพก็ได้ตอบว่า “ ผมยังช่วยมิสซาขอบพระคุณในวัดอยู่และเพิ่งจะมาถึงเดี๋ยวนี้เอง ผมไม่ได้มีส่วนในการสู้รบเลย ” แต่ท่านบารอนก็ได้ตอบเขาว่า “ คงจะเป็นอารักขเทวดาของท่านที่ได้แปลงเป็นร่างของท่านเพื่อทำหน้าที่แทนท่าน ” ทั้งพวกทหารและนายทหารต่างก็เห็นว่าเป็นท่านแม่ทัพเองที่เป็นผู้นำการต่อสู้ด้วยตัวเอง

เราอาจตั้งคำถามว่ามันเป็นไปได้อย่างไร ? เป็นเทวดาจริงๆหรือ ? ในกรณีของเทเรซา นอยมันหรือในกรณีนักบุญอื่นๆ

ภคินีมารีอา อันโตเนีย เชชิเลีย โกนี (Sister Maria Antonia Cecelia Cony) (1900-1939) นักบวชชาวบราซิลคณะฟรังซิสกันที่เห็นอารักขเทวดาของตนทุกวัน เราอ่านพบในหนังสือชีวประวัติของเธอที่เธอเองเป็นคนเขียนว่า ในปี 1918 บิดาของเธอซึ่งเป็นทหารได้ถูกย้ายไปอยู่ที่กรุงรีโอเด จาเนโร ทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้ดำเนินไปตามปกติและก็มีจดหมายมาถึงบ้านอย่างสม่ำเสมอจนวันหนึ่งก็ได้ขาดหายไป แล้วทางบ้านก็ได้รับโทรเลขบอกว่าเขาไม่สบายแต่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไรมากนัก แต่จริงๆแล้วเขามีอาการย่ำแย่มาก เขาติดโรคระบาดที่น่ากลัวที่มีชื่อว่า “ สเปน ” ภรรยาของเขาได้ส่งโทรเลขไปถามอาการหลายครั้งก็ได้รับคำตอบจากเด็กรับใช้ในโรงแรมที่มีชื่อว่ามีคาแอล ในเวลาเดียวกันมารีอา อันโตเนียก็ได้คุกเข่าสวดสายประคำก่อนเข้านอนทุกคืนอุทิศให้บิดาของเธอ พร้อมกับส่งอารักขเทวดาของเธอไปช่วยเหลือเขา เมื่อเทวดากลับมาหลังการสวดสายประคำก็จะเอามือวางบนบ่าของเธอ และก็ทำให้เธอหลับไปอย่างสงบทั้งคืน

ตลอดเวลาที่บิดาของเธอไม่สบายอยู่นั้น เด็กรับใช้ของโรงแรมที่มีชื่อว่ามีคาแอลคนนี้ก็ได้ให้การบริการอย่างดีที่สุด ได้นำเขาไปหาหมอ ได้ให้เขาทานยาและได้เช็ดตัวให้เขาด้วย … เมื่อเขาหายจากอาการป่วยแล้วเด็กคนนี้ก็ได้พาเขาเดินออกกำลังกายพร้อมกับให้การเอาใจใส่เขาราวกับว่าเป็นบุตรชายของเขาเอง และเมื่อเขาได้หายเป็นปกติแล้วก็ได้กลับมาบ้านพร้อมกับเล่าด้วยความอัศจรรย์ใจถึงเด็กรับใช้หนุ่มที่ชื่อว่ามีคาแอลนั้นว่า “ ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนสุภาพแต่ซ่อนไว้ซึ่งการเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยหัวใจอันมหึมาซึ่งเต็มไปด้วยความเคารพและความอัศจรรย์ใจ ” มีคาแอลแสดงให้เห็นตลอดเวลาว่าเขาเป็นเด็กที่รักนวลสงวนตัว ไม่ทราบอะไรมากเกี่ยวกับตัวเขา นอกจากชื่อของเขา ไม่ทราบว่าครอบครัวของเขาเป็นอย่างไร ไม่ทราบถึงสถานภาพด้านสังคมของเขาเป็นอย่างไร เขาไม่ยอมรับค่าตอบแทนจากการรับใช้อย่างมากมายของเขา เขาคิดว่าเด็กคนนี้เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาคนหนึ่งซึ่งเขามักจะกล่าวถึงด้วยความอัศจรรย์ใจและด้วยความกตัญญูเป็นอย่างมาก มารีอา อันโตเนียมั่นใจเหลือเกินว่า เด็กหนุ่มคนนี้จะเป็นใครอื่นไม่ได้ นอกจากอารักขเทวดาที่เธอส่งไปดูแลบิดาของเธอ ทั้งนี้เพราะว่าอารักขเทวดาของเธอนั้นก็มีชื่อว่ามีคาแอลด้วยเหมือนกัน

ท่านได้เคยส่งอารักขเทวดาของท่านไปให้ความช่วยเหลือแก่คนที่รู้จักที่อยู่ห่างไกลบ้างหรือเปล่า ?
 

เทวดาผู้พิทักษ์

เทวดายังเป็นผู้พิทักษ์เราด้วย ท่านไปไม่เคยทิ้งเราไป ท่านพิทักษ์เราจากพลังชั่วทุกอย่าง กี่ครั้งแล้วที่ท่านได้ช่วยเราให้รอดพ้นจากภยันตรายทั้งกายและใจ ท่านได้ช่วยเราให้รอดพ้นจากการประจญล่อลวงอย่างนับครั้งไม่ถ้วน เพราะฉะนั้น เราจะต้องเรียกหาท่านในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากและต้องมีความกตัญญูต่อท่าน

ว่ากันว่าเวลาที่พระสันตะปาปานักบุญเลโอองค์ใหญ่ ออกจากกรุงโรมเพื่อจะได้ไปพบกับอัตตีลา กษัตริย์ของพวกฮั่นซึ่งต้องการยึดนครนิรันดร เพื่อจะทำลายในศตวรรษที่ 5 นั้น เทวดาได้ปรากฏมาอย่างยิ่งใหญ่หลังพระสันตะปาปา อัตตีลามีความเกรงกลัวต่อปรากฏการณ์นี้มากจนถึงกับได้สั่งให้กองทัพถอยทัพกลับจากสถานที่แห่งนั้น เป็นไปได้ไหมว่านั่นเป็นอารักขเทวดาของพระสันตะปาปา แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ กรุงโรมได้รอดพ้นจากโศกนาฏกรรมที่น่าสะพรึงกลัวนั้น

โกร์รี เทน บูม ในหนังสือของเขาที่มีชื่อว่า “ บัญชาให้เดินหน้าเพื่อให้สงครามสิ้นสุดลง ” เล่าว่า ในช่วงกลางๆศตวรรษที่ยี่สิบ ที่ประเทศซาเอียร์ ในช่วยสงครามกลางเมืองพวกกบฏบางคนต้องการที่จะยึดโรงเรียนที่อยู่ภายใต้การดูแลของพวกธรรมทูตเพื่อจะได้ฆ่าทิ้งทุกคนที่อยู่ที่นั่น ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปในเขตนั้นได้ พวกกบฏคนหนึ่งได้เล่าให้ฟังทีหลังว่า “ พวกเราเห็นทหารสวมเครื่องแบบสีขาวจำนวนร้อยๆ พวกเราจึงได้ยกเลิก ” บรรดาเทวดาได้ช่วยให้พวกเด็กๆและธรรมทูตรอดพ้นจากความตายที่แน่นอน

นักบุญมาร์การิตา มารีอา อาลาก๊อก เขียนลงในหนังสือชีวประวัติของตนว่า “ ครั้งหนึ่งเจ้าปีศาจได้ผลักดิฉันลงจากบันใดสูงในมือถือเตาไฟร้อนๆและไม่อยากให้ถ่านไฟร้อนนี้หกออกนอกเตาหรือเพื่อไม่ให้มันทำอันตรายต่อใคร ดิฉันก็พบว่าตัวดิฉันอยู่บนพื้นและทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็คิดว่าตัวของดิฉันคงไหม้เกรียมไปหมดแล้ว แต่ว่าในการตกลงนั้นดิฉันมีความรู้สึกว่าอารักขเทวดาผู้ซื่อสัตย์ของดิฉันได้พยุงตัวดิฉันไว้ ทั้งนี้เพราะว่ามันเต็มไปด้วยเสียงที่ทำให้ดิฉันรู้ว่าเป็นตัวท่านเอง ”

มีนักบุญอีกหลายต่อหลายองค์ที่ได้กล่าวถึงความช่วยเหลือที่ได้รับจากอารักขเทวดาของตนในช่วงเวลาที่ถูกการประจญล่อลวง เช่นนักบุญยวง บอสโก ที่อารักขเทวดาของท่านปรากฏตัวมาในสภาพเป็นหมาที่ท่านตั้งชื่อให้ว่า กรีจีโอ ซึ่งปกป้องท่านจากพวกศัตรูที่มุ่งร้ายต่อชีวิตของท่าน นักบุญทุกท่านต่างก็ขอความช่วยเหลือจากอารักขเทวดาของตนในช่วงเวลาที่ถูกการประจญล่อลวง

นักบวชในเขตพรตท่านหนึ่งเขียนมาเล่าให้ฟังว่า “ เมื่อดิฉันมีอายุราวๆสองขวบครึ่งหรือสามขวบ แม่ครัวในบ้านของดิฉันซึ่งเป็นผู้อภิบาลดิฉันด้วย หลังจากที่เขาเสร็จจากภารกิจในครัวแล้ว วันหนึ่งเขาได้พาดิฉันไปที่วัด เขาได้ไปรับศีลมหาสนิทแล้วก็คายแผ่นศีลออกเก็บไว้ในหนังสือเล็กๆเล่มหนึ่งแล้วก็รีบออกจากวัดโดยอุ้มดิฉันออกไปด้วย เราได้มาถึงบ้านของแม่มดแก่ๆคนหนึ่ง มันเป็นบ้านหลังเล็กๆที่สกปรกและเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก แม่มดแก่คนนั้นก็ได้เอาแผ่นศีลไปวางไว้บนโต๊ะตัวหนึ่งที่มีหมาแปลกๆตัวหนึ่งแล้วเธอก็ได้พยายามที่จะตัดแผ่นศีลหลายครั้งด้วยมีด

ดิฉันซึ่งในขณะนั้นยังเป็นเด็กอยู่ไม่ได้เข้าใจอะไรเกี่ยวกับการประทับอยู่จริงของพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิท ในช่วงเวลานั้นเองแผ่นศีลนั้นก็ได้กลายเป็นใครคนหนึ่งที่มีชีวิตและจากแผ่นศีลนี้รู้สึกว่า จะมีความรักที่น่าอัศจรรย์ใจพุ่งออกมา ดิฉันมีความรู้สึกว่าในแผ่นศีลนั้นมีสิ่งที่มีชีวิตที่มีความเจ็บปวดเพราะการกระทำอันน่าบัดสีนี้ แต่ว่าในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกว่ามีความสุข ดิฉันจึงได้เดินเข้าหาแผ่นศีล แต่ว่าแม่ครัวของดิฉันได้กีดกันไว้ ทันใดนั้นดิฉันก็ได้เงยหน้าขึ้นมองและก็ได้เห็นว่าหมาตัวนั้นแยกเขี้ยว ในตาของมันเป็นเปลวไฟพร้อมที่จะขย้ำตัวดิฉัน ดิฉันก็ได้ถอยหลังราวกับว่าเพื่อขอความช่วยเหลือ ในทันใดนั้นดิฉันก็ได้เห็นเทวดาสององค์ ดิฉันคิดว่าคงจะเป็นอารักขเทวดา องค์หนึ่งเป็นของดิฉันและอีกองค์หนึ่งเป็นของแม่ครัว และดิฉันคิดว่าคงเป็นพวกท่านที่ได้ทำให้แม่ครัวของดิฉันได้ยื่นมือเข้าเพื่อดึงตัวของดิฉันออกจากหมาตัวนั้นและดังนี้ก็ได้ช่วยดิฉันให้พ้นจากอันตราย ”

เทวดาเป็นผู้พิทักษ์ชาวเราและจะเป็นผู้ช่วยเหลือผู้ยิ่งใหญ่ของเราด้วย ถ้าหากว่าเรารู้จักร้องหาท่าน ?
ท่านได้ร้องหาอารักขเทวดาของท่านเวลาที่ท่านถูกประจญล่อลวงหรือเปล่า
 

เทวดาของพระเป็นเจ้า

ชาวเราเจริญชีวิตอยู่ในโลกที่ “ ถูกบุกรุก ” จากศัตรูที่มองไม่เห็นจำนวนล้านๆที่จ้องจะทำลายเราทั้งในโลกนี้และในนิรันดรกาลนั่นคือพวกปีศาจ ลองหลับตานึกดูถ้าสมมุติว่าโลกของเราถูกบุกรุกจากโลกภายนอกที่มีความเฉลียวฉลาดกว่าเรา ที่มีพลังมากกว่าเราความพินาศก็คงจะต้องเกิดขึ้นแก่เราอย่างแน่นอน และนั่นแหละจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแก่เราจริงๆถ้าหากว่าเราไม่มีความช่วยเหลือจากพระเจ้า จากบรรดานักบุญและบรรดาเทวดามาเป็นประกัน เป็นที่แน่นอนที่สุดที่มีผู้คนมากมายที่ไม่เชื่อว่ามีปิศาจ มีสิ่งที่ชั่วร้าย มีศัตรูที่ร้ายกาจที่สามารถทำงานได้อย่างได้ผลทั้งในความมืดและในความเงียบ สงคราม การสังหาร ความเกลียดชัง ความรุนแรงต่างก็เป็นผลงานของมันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อิทธิพลอันร้ายกาจของมันแทรกซึมเข้าไปในทุกกิจกรรมของมนุษย์

แล้วเราได้ทำอะไรบ้างเพื่อต่อสู้กับศัตรูที่มีพลังเช่นนี้ เราได้ป้องกันตัวของเราด้วยการภาวนาและด้วยอาวุธของพระเจ้า ( สิ่งของศักดิ์สิทธิ์ต่างๆฯลฯ ) บ้างหรือเปล่า ? เราต้องรับรู้ว่าเราไม่เคยอยู่ตามลำพังคนเดียว เรามีผู้พิทักษ์ที่คอยปกป้องเราอยู่ตลอดเวลานั่นคืออารักขเทวดา “ อัศจรรย์ ” ด้านเทคนิคสมัยใหม่ไม่ได้ทำให้มันสูญหายไปแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นสาระสำคัญสำหรับผู้ที่ไม่มีความเชื่อด้วย แม้แต่พระเป็นเจ้าเองก็ไม่สามารถทำอะไรให้แก่ผู้ที่สมัครใจมอบตัวให้แก่ศัตรูและมอบวิญญาณของตนแก่มันด้วยการทำบาปหนัก ทั้งนี้เพราะว่าทรงมีความเคารพต่อเสรีภาพของเขา มีความตายและความทุกข์ทรมานมากมายที่เกิดจากความชั่วร้าย และมีสันติสุขและความยินดีมากมายที่เกิดจากความเชื่อและคำภาวนา ให้เรามาดูตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงบางตัวอย่าง

รถบัสคันหนึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังวัดนักบุญโยวันนี โรตอนโด เพื่อไปหา ( นักบุญ ) คุณพ่อปีโอ ขณะที่กำลังวิ่งอยู่นั้นก็ได้เกิดพายุหนักฟ้าร้องฟ้าผ่าพวกนักแสวงบุญต่างก็ระลึกถึงคำแนะนำของคุณพ่อปีโอว่า ให้ร้องหาอารักขเทวดาของตนเมื่อต้องเผชิญกับภยันตรายไม่ว่าชนิดใดทั้งสิ้น วันรุ่งขึ้นคุณพ่อปีโอได้กล่าวแก่พวกเขาว่า “ เมื่อคืนนี้พ่อนอนไม่หลับทั้งคืนและได้ใช้เวลาสวดภาวนาเพื่อพวกเธอ จงทำเช่นนี้เสมอไปแล้วพ่อก็จะช่วยพวกเธอแบบเดียวกันนี้อีก ”

นักบุญยวง บอสโกพูดถึงเรื่องอารักขเทวดาให้พวกเด็กๆของท่านฟังเสมอ เด็กคนหนึ่งเป็นช่างก่อสร้างและหลังจากที่ได้ตกจากนั่งร้านกับอีกสองคนได้ไม่กี่วัน คนหนึ่งได้สวดขออารักขเทวดาของตนก่อนเริ่มทำงานจึงไม่เป็นไร ส่วนอีกสองคนตาย ความแตกต่างจึงเห็นได้อย่างชัดเจน

โลกคงสวยงามไม่ใช่น้อยถ้าหากว่ามนุษย์ทุกคนจะมีความเชื่อและความรักต่อพระเจ้า ชีวิตของพวกเขาก็คงจะเจิดจ้า “ เหมือนกับดวงดารา ” ( ดนล . 12,3) ให้เราเปิดประตูหน้าต่างของวิญญาณเราเพื่อรับแสงสว่างของพระเจ้าด้วยการเป็นทุกข์ถึงบาปอย่างแท้จริง บรรดาเทวดาจะช่วยเหลือเราเพราะพวกท่านเป็นเสมือนกระจกเงาที่สะท้อนแสงของพระเจ้ารอบตัว พวกท่านเป็นท่อธารของความรักและของแสงสว่างเหนือทุกสิ่งและเหนือมนุษย์ พวกท่านต้องการให้เรามีความสุข พวกท่านเป็นความยินดีของพระเจ้าบนโลกนี้และยิ้มให้แก่เราอย่างไม่รู้จักหยุดเมื่อเราอยู่ในสถานะพระหรรษทานและเชื่อฟังคำแนะนำของท่าน

ข้าพเจ้าฝันถึงโลกใหม่ที่เต็มไปด้วยแสงสว่างและความรัก ณ ที่ซึ่งความสุขและสันติจะปกครอง โลกที่เต็มไปด้วยเทวดา ดอกไม้และดาวดารา โลกที่ปราศจากความชั่วและผู้มุ่งร้าย โลกที่เต็มไปด้วยความสุข สิ่งเก่าๆหายลับไปแล้วโลกที่สมบูรณ์พูนสุข สักวันหนึ่งจะเป็นจริงขึ้นมาในฟ้าใหม่และแผ่นดินใหม่ ณ ที่ซึ่ง “ จะไม่มีความตาย ความทุกข์โศก การร้องไห้คร่ำครวญหรือความเจ็บปวดอีกต่อไป ” ( วว . 21,4) ในเวลาเดียวกันเราก็ต้องต่อสู้ต่อไปเพื่อจะได้เอาชนะโลกเพื่อพระเจ้า

จงจำไว้ว่าอารักขเทวดาของเราเป็นความยินดีและรอยยิ้มของพระเจ้าที่อยู่รอบกายเรา จงจำไว้ว่าท่านเป็นทุกอย่างสำหรับตัวเราและท่านมีพันธกิจในการที่จะทำให้เรามีความสุข เมื่อไรเรามีความเศร้าก็จงคิดถึงความยินดีของพระเจ้าที่ร่วมเดินทางไปกับเรา เมื่อเราปราศจากทิศทางและกำลังสับสนก็จงคิดถึงแสงสว่างของพระเจ้าที่ส่องสว่างเราและในทุกขณะจิตให้เราคิดว่า มีเทวดาของพระเจ้าอยู่ใกล้ชิดเรา เป็นเพื่อนที่รักเราและยิ้มให้แก่เรา

ขอให้เทวดาแห่งการยิ้มแย้ม แห่งความรัก แห่งความยินดี แห่งแสงสว่างและแห่งสันติภาพติดตามตัวท่านไปเสมอและขอท่านให้ความสุขของพระเจ้าให้แก่หัวใจของท่านด้วยเทอญ อาแมน

ท่านได้ยิ้มให้แก่อารักขเทดาของท่าน
ให้แก่บรรดาเทวดาที่อยู่รอบข้างท่านบ้างไหม ?